Thai media discussion of “Undetectable = untransmissible (U=U)” for people with HIV: a re-statement of the scientific facts

News | Published on

As authors of the three studies that informed the U=U Scientific Consensus Statement on ‘the risk of sexual transmission of HIV from a person living with HIV who has an undetectable viral load (UVL)’, we write to reconfirm our commitment to the Statement and the evidence that supports it. We believe this reconfirmation is timely and necessary in response to recent social and wider media activity on the subject of UVL and HIV transmission in Thailand.

The Scientific Consensus Statement was first drafted in 2016 and has since been endorsed by leading global HIV researchers as well as almost 1000 organisations from over 100 countries. The statement asserts that there is effectively no risk of HIV transmission when a person living with HIV who takes treatment that lowers the virus in their body to ‘undetectable’ levels has sex without condoms.

The U= U Scientific Consensus Statement was drafted in response to an apparent lack of understanding among medical providers and the broader community that successful treatment prevents HIV transmission, and to combat misconceptions that cause HIV-related stigma and discrimination.

The U=U Scientific Consensus Statement is informed by the strongest scientific evidence, collected through high-quality research conducted globally, including in Thailand, with the results published in the most highly respected medical journals.

  • HIV Prevention Trials Network (HPTN) 052
    This trial was led by the globally renowned US-based HIV Prevention Trials Network (HPTN) and included 1,763 participants. The study found that there were no cases of HIV transmission in couples where the HIV positive partner had stably suppressed viral load. Participants were enrolled from a diverse range of countries, including Thailand.
     
  • Opposites Attract
    This study, led by the University of New South Wales, Australia, involved 358 male-male couples from Brazil, Thailand and Australia who were followed for four years. Opposites Attract recruited nearly one-third of its participants in Thailand, and Thai researchers were key collaborators in this study. The study found that of over 12,447 acts of anal intercourse without condoms, there were zero cases of HIV transmission from the HIV positive partner to the HIV negative partner when the HIV positive partner had UVL.
     
  • The PARTNER Study
    Across two phases of research, The PARTNER study, led by researchers from University College London, United Kingdom, and the Centre of Excellence for Health, Immunity and Infections Denmark, involved 548 heterosexual couples and 972 male-male couples. The couples had over 112,000 acts of sex without condoms when the HIV positive partner had UVL and there were zero cases of HIV transmission in these couples. 

The combined results of these trials prompted experts from the international scientific and medical communities to agree that there is effectively no risk of HIV transmission through condomless sex when HIV viral load is suppressed. These results have been widely communicated. The choice to use condoms may be different depending upon a person’s sexual practices, circumstances and relationships, and of course the confidence that the partner’s use of ART has led to reliable and sustained viral suppression.

These studies were designed to provide globally relevant results and are applicable in all settings where there is good access to antiretroviral therapy.

As leaders in our field, it is essential that we all challenge misinformation and use evidence to break down the stigma associated with HIV.

We urge media and medical organisations to take an evidence-based approach to reporting issues associated with HIV transmission.

We encourage individuals and organisations speaking publicly and with patients to familiarise themselves with these studies and the international consensus that U=U (undetectable = untransmissible).

Professor Andrew Grulich, Kirby Institute, UNSW Sydney
Dr Benjamin Bavinton, Kirby Institute, UNSW Sydney
Professor Alison Rodger, Institute for Global Health, University College London
Dr Myron Cohen, UNC School of Medicine

Download the statement in English

image - Thai media discussion of “Undetectable = untransmissible (U=U)” for people with HIV: a re-statement of the scientific facts

--

ข้อถกเถียงบนสื่อของประเทศไทยเกี่ยวกับประเด็น ตรวจไม่พบ = แพร่เชื้อไม่ได้ หรือ U=U สำหรับผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี: คำแถลงข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ (อีกครั้ง)

ในฐานะผู้เขียนงานตีพิมพ์ผลการวิจัยจากสามการศึกษา ที่แสดงข้อมูลที่ทำให้เกิด คำแถลงความเห็นพ้องทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Consensus Statement) เรื่อง U=U ต่อ ‘ความเสี่ยงของการแพร่เชื้อเอชไอวีทางเพศสัมพันธ์จากผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีที่มีปริมาณไวรัสที่ตรวจไม่พบ หรือ undetectable viral load’ ทางผู้เขียนขอยืนยันในความยึดมั่นต่อคำแถลงฯ และหลักฐานที่สนับสนุนคำแถลงฯ ดังกล่าว เราเชื่อว่าการยืนยันในครั้งนี้ มีความจำเป็นอย่างยิ่งในขณะนี้ เพื่อตอบคำถามและข้อถกเถียงในสังคมออนไลน์และสื่อวงกว้างในประเทศไทย ที่มีต่อการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีในขณะที่มีปริมาณไวรัสเอชไอวีที่ตรวจไม่พบ

คำแถลงฯ ได้รับการร่างเป็นครั้งแรกเมื่อ ปีค.ศ. 2016 และได้รับการรับรองจากนักวิจัยเอชไอวีชั้นนำทั่วโลก รวมถึงองค์กรต่างๆ เกือบ 1,000 องค์กร ในกว่า 100 ประเทศ คำแถลงนี้ยืนยันว่า “ขณะนี้มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่า เมื่อผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีกินยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณไวรัสที่ตรวจไม่พบเป็นเวลา 6 เดือน มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย จะไม่มีความเสี่ยงในการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีอย่างแน่นอน”

คำแถลง U=U นี้ร่างขึ้นเพื่อ ตอบรับกับการขาดความเข้าใจของผู้ให้บริการทางการแพทย์และชุมชนในวงกว้าง ว่าการรักษาที่ประสบผลสำเร็จนั้นนับว่าเป็นการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวี และยังต้องการที่จะขจัดความเชื่อผิดๆ ที่ก่อให้เกิดการตีตราและเลือกปฏิบัติที่เกี่ยวกับเอชไอวี

ข้อเท็จจริงนี้มีหลักฐานที่หนักแน่นมาสนับสนุน และมีการเก็บข้อมูลผ่านงานวิจัยที่มีคุณภาพสูงทั่วโลก รวมทั้ง ประเทศไทย ส่งผลให้ผลการวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด

  • HIV Prevention Trials Network (HPTN) 052
    งานวิจัยนี้นำโดย เครือข่ายการทดลองเพื่อป้องกันเอชไอวี หรือ HIV Prevention Trials Network (HPTN) จากสหรัฐฯ ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 1,763 คน จากหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่า เมื่อคู่นอนเป็นคนที่มีเชื้อเอชไอวีและมีปริมาณไวรัสที่ตรวจไม่พบอย่างคงที่แล้วนั้น คนกลุ่มนี้จะไม่แพร่เชื้อเอชไอวีให้แก่คู่นอนทางเพศสัมพันธ์ได้
     
  • Opposites Attract
    การศึกษานี้ได้จัดทำโดยมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย มีอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 358 คู่ (ชาย-ชาย) จาก ประเทศบราซิล ไทย และออสเตรเลีย โดย 1 ใน 3 ของอาสาสมัครทั้งหมดเป็นคนไทย รวมถึงมีนักวิจัยไทยเป็นผู้ร่วมทำการศึกษาหลักด้วย การวิจัยพบว่า การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยไม่ใส่ถุงยางอนามัยระหว่างคนที่มีเชื้อเอชไอวีที่มีปริมาณไวรัสที่ตรวจไม่พบ กับคู่นอนที่ไม่มีเชื้อเอชไอวีกว่า 12,447 ครั้งนั้น มีผู้ได้รับการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีเป็น ศูนย์
     
  • The PARTNER Study
    การศึกษา PARTNER มีการศึกษาเป็น 2 ระยะ นำโดยนักวิจัยจาก University College London สหราชอาณาจักรฯ และ the Centre of Excellence for Health, Immunity and Infections ประเทศเดนมาร์ก มีอาสาสมัครที่เป็นคู่ต่างเพศ 548 คู่ และ คู่ชาย-ชาย 972 คู่ คู่เหล่านี้มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย เมื่อฝ่ายที่เป็นคู่นอนที่มีเชื้อเอชไอวีมีปริมาณไวรัสที่ตรวจไม่พบ ทั้งหมดกว่า 112,000 ครั้ง และไม่มีการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีเลยแม้แต่รายเดียว

การนำผลการศึกษาทั้งหมดมาประมวลรวมกันนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์นานาชาติต่างเห็นพ้องว่า การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใช้ถุงยางอนามัยกับผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีเมื่อมีปริมาณไวรัสที่ตรวจไม่พบนั้น ไม่มีความเสี่ยงที่จะถ่ายทอดเอชไอวีเลย ผลการศึกษาเหล่านี้ได้รับการสื่อสารออกไปในวงกว้างแล้ว ทั้งนี้ การที่คนๆ หนึ่งจะเลือกใช้ถุงยางอนามัยหรือไม่ มีปัจจัยที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับวิถีทางเพศ สถานการณ์ หรือความสัมพันธ์กับคู่ ของคนๆ นั้น และแน่นอนว่ายังต้องรวมถึงความมั่นใจว่ายาต้านไวรัสที่คู่นอนใช้อยู่นั้นกดเชื้อไวรัสลงได้จริงและได้อย่างต่อเนื่องแล้ว

การศึกษาวิจัยทั้งหมดนี้ ได้รับการออกแบบให้ใช้ผลการศึกษาได้ทั่วโลก และใช้ได้ในทุกที่ที่มีการเข้าถึงยาต้านไวรัสได้ดี

ในฐานะผู้นำในวงการทำงานด้านเอชไอวี เราทุกคนต้องท้าทายกับข้อมูลที่ผิดๆ และใช้หลักฐานเพื่อหยุดยั้งการตีตราที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี

เราขอผลักดันให้สื่อและองค์กรทางการแพทย์ใช้แนวทางจากหลักฐานเชิงประจักษ์เหล่านี้ ในการรายงานประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่เชื้อเอชไอวี

เราขอสนับสนุนให้บุคคลและองค์กรออกมากล่าวกับสาธารณะและคนไข้ เพื่อทำความคุ้นเคยกับข้อมูลจากการศึกษาเหล่านี้ รวมถึงความเห็นพ้องในระดับนานาชาติว่า U=U (ตรวจไม่พบ = แพร่เชื้อไม่ได้) เป็นเรื่องจริง

Professor Andrew Grulich, Kirby Institute, UNSW Sydney
Dr Benjamin Bavinton, Kirby Institute, UNSW Sydney
Professor Alison Rodger, Institute for Global Health, University College London
Dr Myron Cohen, UNC School of Medicine

ดาวน์โหลดข้อความภาษาไทย

image - Thai media discussion of “Undetectable = untransmissible (U=U)” for people with HIV: a re-statement of the scientific facts